ข่าวเด็ดข่าวสด บันเทิง กีฬา ธุรกิจ เศรษฐกิจ การเมือง อัพเดตทุกวัน

ชาวยังคงดื่ม !! หลังทราบแล้วว่าคือ ” ฉี่แมลงจักจั่น “

ชาวบ้านไม่เชื่อ หลัง นายอำเภอพัทลุงยืนยันแล้วว่า ” ฝนประหลาด ” ที่ตกลงมานั้นก็คือ ” ฉี่ของแมลงจักจั่น ” แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนมาตักตวงดื่ม

————————หลังจากที่มีหลายๆ คนสงสัยกันว่า ” ฝนประหลาด ” ที่ตกลงมาในพัทลุง ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นั่นคืออะไร ทางด้านของ นักข่าว ก็ได้ช่วยคลายปริศนา ด้วยการใช้กล้องเลนส์ซูมส่องดูแล้ว ปรากฏพบว่าเป็น ” จักจั่นถ่ายน้ำ ” นั่นเอง โดยในภาพจะเห็นว่าแมลงจักจั่นที่เกาะกินยอดอ่อนต้นสะตออยู่หลายตัวกำลังถ่ายน้ำออกมา ทำให้กลายเป็นละอองคล้ายกับฝนนั่นเอง

————————ล่าสุดในวันที่ 8 มีนาคม 2562 ทางด้านของ นายพงศ์เทพ ประทุมสุวรรณ นายอำเภอเมืองพัทลุงก็ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับความคืบหน้าของเรื่องดังกว่าว หลังจากเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ที่มาของ ” ฝนประหลาด ” หยดน้ำปริศนาที่ชาวบ้านพบ จากบริเวณต้นสะตอหน้าบ้านของ นายอรุณ ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง นั้นแท้จริงแล้วก็คือ สิ่งขับถ่ายของแมลง หรือ สิ่งขับถ่ายของ จักจั่นถ่ายน้ำ นั่นเอง ซึ่งมีการยืนยันจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดพัทลุง แล้วว่าเป็นแมลงประเภทที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชเป็นอาหาร ซึ่งแมลงชนิดนี้จะมีจำนวนมากในช่วงฤดูร้อน โดยส่วนมากแมลงชนิดนี้จะแห่กันไปเกาะตามต้นไม้และดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชเป็นอาหาร หรือที่ชาวบ้านมักจะเรียกแมลงชนิดนี้ว่า แมลงจักจั่น นั่นเอง ซึ่งเมื่อแมลงชนิดนี้มาอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากนั้น หลังจากที่แมลงชนิดนี้ดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชแล้ว แมลงจักจั่นก็จะขับถ่ายออกมาเป็นละอองน้ำนั่นเอง หรือที่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า “ฉี่จักจั่น” ซึ่งเป็นการขับถ่ายออกมาพร้อมกันจำนวนมากและหลายตัว จึงทำให้ดูเหมือนว่ามีละอองน้ำฝนตกในพื้นที่อย่างที่เห็น

————————โดยทางด้านของ สาธารณสุขอำเภอเมืองพัทลุง ก็ได้มีการนำตัวอย่างน้ำดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างระเอียดแล้ว ปรากฏว่าเมื่อทิ้งน้ำเอาไว้ข้ามคืน สีของน้ำตัวอย่างนั้นมีเปลี่ยนแปลงไป จากน้ำใสๆ กลายเป็นน้ำสีเหลืองอ่อนนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรฟังผลทางเคมีอีกหน่อย จึงจะทราบผลเป็นทางการ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของน้ำตัวอย่างเบี้องต้นแล้วนั้นทำให้ทราบได้ว่า น้ำ ดังกล่าวไม่ควรที่จะนำมาดื่มกิน เนื่องจากอาจจะมีสารตกค้างเป็นอันตรายได้ และที่สำคัญก็คือ น้ำ ดังกล่าวนั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ตามที่เชื่อของชาวบ้านอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังคงมีชาวบ้าน เข้าชมเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างไม่ขาดสาย และบางส่วนยังมีการนำภาชนะมารองรับน้ำเพื่อดื่มกินอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *